X
thub
เพิ่มสินค้าเข้าสู่ตะกร้าเรียบร้อยแล้ว
เลือกสินค้าต่อ เข้าสู่ตะกร้าสินค้า

โรงพยาบาลน่าอยู่ น่าท่องเที่ยว

บริการสุขภาพแบบผสมผสานที่เป็นเลิศ และเป็นผู้นำด้านการแพทย์แผนไทยในอาเซียน

โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเป็นโรงพยาบาลที่มีการดำเนินงานด้านการพัฒนาสมุนไพรมาอย่างต่อเนื่องยาวนานด้วยความมุ่งหวังที่จะทำให้ภูมิปัญญาในการใช้สมุนไพรของประเทศไทยได้รับการสืบสานโดยทำหน้าที่เป็นสะพานที่ทอดเชื่อมระหว่างความรู้ภูมิปัญญาดั้งเดิมกับคนสมัยใหม่ทำให้สมุนไพรที่เคยรุ่งเรืองในอดีตสามารถกลับมามีบทบาทอีกครั้ง ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่การศึกษาวิจัยทาง วิทยาศาสตร์ 

การเดินทางของภูมิปัญญาอภัยภูเบศร เริ่มมาตั้งแต่ปี 2526โดยผู้บุกเบิก ริเริ่มพัฒนาสมุนไพรอภัยภูเบศร คือเภสัชกรหญิง ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร ซึ่งเป็นผู้ที่สนใจการใช้สมุนไพร ได้เริ่มต้นเรียนรู้ภูมิปัญญาเดิน สำรวจป่าและเก็บรวบรวมข้อมูลที่สั่งสม มาหลายชั่วอายุคน จากหมอ ยาพื้นบ้าน และได้วางแนวทางพัฒนา “จากใบไม้ให้กลายเป็นยา ” นับเป็นการส่งเสริมและพัฒนาการใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพร

ประวัติความเป็นมาอภัยภูเบศร

มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในพระอุปถัมภ์
สมเด้จพระเจ้าภคินีเธอเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี

การเดินทางของภูมิปัญญาอภัยภูเบศร  เริ่มมาตั้งแต่ปี 2526 โดยผู้บุกเบิกริเริ่มพัฒนาสมุนไพรอภัยภูเบศร คือ เภสัชกรหญิง ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร ซึ่งเป็นผู้ที่สนใจการใช้สมุนไพร ได้เริ่มต้นเรียนรู้ภูมิปัญญา เดินสำรวจป่า และเก็บรวบรวมข้อมูลที่สั่งสม มาหลายชั่วอายุคน จากหมอยาพื้นบ้าน และได้วางแนวทางพัฒนา  “ จากใบไม้ให้กลายเป็นยา ”  นับเป็นการส่งเสริมและพัฒนาการใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อบริการแก่ประชาชน

การสะสมความรู้ได้มาถึงจุดเปลี่ยน เมื่อมี พ.ศ.2529 ได้มีการพัฒนายาสมุนไพรเพื่อรักษาโรคเริมในปากสำหรับเด็กเพื่อทดแทนยาแผนปัจจุบัน จึงได้เกิดเป็น กลีเซอรีนพญายอ(เสลดพังพอนตัวเมีย) ซึ่งเป็นสมุนไพรที่ใช้รักษาโรคเริม งูสวัดมานาน และพื้นบ้านยังรับประทานเป็นผัก งานวิจัยแสงดด้วยว่าพญายอมีคุณสมบัติต้านอักเสบ ฆ่าเชื้อไวรัสและไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นพิษ การพัฒนาครั้งนี้จึงถือว่าเป็นครั้งแรกที่มีการนำพืชสมุนไพรมาผ่านกระบวนการผลิตที่ใช้ในการแพทย์แผนไทยปัจจุบันผลิตเป็นยาแผนโบราณ กลายเป็นตัวกระตุ้นให้ทดลองผลิตยาสมุนไพรชนิดอื่นต่อมา

วิกฤติเศรษฐกิจของไทย ปี 2540 เป็นปัจจัยเร่งอีกทางให้เกิดการพัฒนาสมุนไพรอย่างก้าวกระโดด เพื่อช่วยให้ประเทศรอดพ้นภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ รัฐบาลได้กระตุ้นหลายหน่วยงานให้ใช้ศักยภาพของตนในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการส่งออก รวมทั้งมีการจัดทำบัญชียาจากสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ เนื่องจากเกิดกระแสความนิยมผลิตภัณฑ์ธรรมชาติในตลาดโลก  ทางด้านโรงพยาบาลจึงได้ริเริ่มก่อตั้งโครงการสาธิตผลิตภัณฑ์สมุนไพรอย่างครบวงจร เพื่ออบรมให้กับชุมชนในการบูรณาการกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพรทุกขั้นตอน ตั้งแต่การปลูก เก็บเกี่ยว ควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ และผลิตเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป จนถึงการจำหน่าย  ด้วยความพยายามส่งเสริมผลิตภัณฑ์จากพืชเกษตรอินทรีย์ จึงได้จัดตั้งกลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมเป็นเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ กลุ่มแรกคือ กลุ่มเกษตรกรบ้านดงบัง เข้าร่วมเป็นผู้ผลิตวัตถุดิบสมุนไพร ต่อมากลุ่มนี้ได้รับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของสมาพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติ หรือเรียกย่อว่า IFOAM (International Federation of Organic Agriculture Movement)  จากนั้นเมื่อมียอดการผลิตและจำหน่ายสูงขึ้น ในเวลาต่อมาจึงจัดตั้งมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรฯ ขึ้นเพื่อดำเนินการพัฒนาและผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพรอภัยภูเบศร
 

​โดยยึดหลักสำคัญ ในการดำเนินงาน ดังนี้
1. ตอบสนองความเดือดร้อน และความจำเป็นในการดูแลสุขภาพแก่ประชาชน
2. สมุนไพรที่นำมาพัฒนาต้องมีสรรพคุณดี และมีความปลอดภัย
3. เป็นสมุนไพรที่หาง่าย ปลูกง่าย และพึ่งตนเองได้ในระดับชุมชนและประเทศ
4. มีการศึกษาข้อมูลความรู้อย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาจากตำรายาไทย รายงานทางวิชาการทั้งจากงานวิจัย และผลการทดลองต่างๆ ทั้งในและ นอกประเทศ รวมถึงประสบการณ์การใช้ของชาวบ้าน
5. ผสมผสานความรู้เดิมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาประยุกต์ให้เหมาะสม
6. ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งของราชการ องค์กรเอกชน และองค์กรชาวบ้านในชุมชน

ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา อภัยภูเบศรได้พัฒนาผลิตภัณฑ์มากกว่า 150 รายการ เพื่อเป็นทางเลือกแรกในการดูแลสุขภาพของผู้คนด้วยวิถีและคุณค่าจากธรรมชาติ  

นอกจากนี้ มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ยังได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาให้มีงานบริการด้านการแพทย์ของโรงพยาบาล และ การบริการสุขภาพโดยแพทย์แผนไทย  โดย 70% ของกำไรจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ นำมาพัฒนางานด้านบริการดูแลสุขภาพ ให้ผู้ป่วยเข้าถึงการบริการสุขภาพที่ดี และ กำไร 30% จากการจำหน่าย มูลนิธิ นำไปพัฒนางานด้านการวิจัยสมุนไพรและการแพทย์แผนไทย ทำกิจกรรมเพื่อสังคม ดูแลหมอยาพื้นบ้านกว่า 30 ชีวิต ช่วยเหลือผู้ประสบภัยภิบัติทั้งในและต่างประเทศ และพัฒนางานด้านความรู้ให้กับประชาชนผ่านช่องทางสื่อต่างๆ  โดยมีความมุ่งมั่นว่าทุกผลิตภัณฑ์และบริการของอภัยภูเบศรจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมการพึ่งตนเองของประเทศในด้านยา ลดดุลการค้าด้านยาจากต่างประเทศ  ช่วยส่งเสริมความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม และเพื่อตอบสนองต่อวิถีชีวิตของคนในสังคมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน