ฉลองครบ 130 ปี ไทยญี่ปุ่น สมาคมวิจัยทางอาหารประเทศญี่ปุ่นหารืออภัยภูเบศร เตรียมพัฒนาอาหารฟังก์ชั่นจากสมุนไพรร่วมกัน ขณะที่ผู้ประกอบการเล็งเปิดตลาดแดนปลาดิบเชื่อเติบโต 

4 พ.ย.60 โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรร่วมกับสมาคมวิจัยทางอาหารประเทศญี่ปุ่น (Japan Association for Food function Clinical Research) หรือ JAFCAR จัดเสวนา ในหัวข้อ "ยาแผนโบราณกับอาหารเพื่อสุขภาพ ในประเทศไทยและญี่ปุ่น" โดยมีผู้ประกอบการด้านอาหารฟังก์ชั่น อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ ผู้กำหนดอาหาร (Dietitian) อาจารย์จากมหาวิทยาลัย และนักวิจัย รวม 40 คน เข้าร่วมสัมมนาพร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของทั้งสองประเทศ

ทั้งนี้ ภายในงาน มีการจัดนิทรรศการครัวอาเซียน ที่แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของวัฒนธรรมการกิน อาหารเป็นยา  โดยในส่วนนี้จะมีการสาธิตเมนูจากสมุนไพรที่ใช้ในอาเซียน เช่น เมนูเมี่ยงคำจากกลีบบัว-บำรุงหัวใจ

นอกจากนี้ ยังมีโซนแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของแพทย์พื้นบ้านของไทย เช่น การแพทย์เชิงระบบ โดยมีการใช้ทฤษฎีธาตุ การดูแลกระดูกและกล้ามเนื้อ การนวดรักษา การแพทย์ประสบการณ์ และการดูแลหลังคลอด ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมสัมมนาเป็นอย่างมาก 

นายแพทย์จรัญ บุญฤทธิการ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า การสัมมนาครั้งนี้จัดขึ้นเนื่องจาก สมาคมฯ เห็นว่าโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรทำวิจัยและพัฒนาสมุนไพรที่ใช้ในชีวิตประจำวันมายาวนาน ซึ่งตรงกับคอนเซ็ปต์ของทางสมาคมฯ จึงได้จัดเวทีเพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของทั้งสองประเทศ ขณะเดียวกันก็จะได้หารือถึงความร่วมมือในการพัฒนาอาหารฟังก์ชั่นจากสมุนไพร ซึ่งกำลังเติบโตมากในประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งผู้ประกอบการเองก็ให้ความสนใจผลิตภัณฑ์สมุนไพรหลายตัวของอภัยภูเบศร และกำลังดูความเป็นไปได้ในการเปิดตลาดที่ประเทศญี่ปุ่นเชื่อว่าจะได้รับความนิยมอย่างมาก โดยทางโรงพยาบาลฯ ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์สมุนไพร เพชรสังฆาตลดปัญหากระดูกพรุน และพริกลดปวด 

ดร.เคนจิ ทาซาว่า ผู้อำนวยการใหญ่ JAFCAR กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่การสัมมนาครั้งนี้ได้รับการอนุมัติให้เป็นหนึ่งในกิจกรรมฉลองความสัมพันธ์ 130 ปี ไทยญี่ปุ่น ซึ่งคาดหวังว่าทุกท่านจะได้ประโยชน์ จากการสัมนาในครั้งนี้ นอกจากจะได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการพัฒนาสมุนไพรร่วมกันแล้ว ยังจะหมายถึงการทำงานร่วมกันในอนาคตด้วย ขอบคุณโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรที่ทำงานหนักมาอย่างต่อเนื่องในการขับเคลื่อนงานวิจัยสมุนไพรเพื่อให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น

นายแพทย์เรียวอิจิ โอบิสึ นายกสภาแห่งชาติด้านการแพทย์แบบองค์รวม ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า ตลอด 18 ปี จากการทำงานในระบบ ไม่ได้รับคำตอบที่จะทำให้สุขภาพของคนเราดีขึ้น เพราะหมอก็จะรักษาให้หายเฉพาะจุดที่เป็นปัญหา จึงได้มาศึกษาอย่างจริงจังเกี่ยวกับการแพทย์องค์รวม ที่ยึดหลักการรักษามนุษย์ต้องใช้วิธีการรักษาด้วยธรรมชาติแบบมนุษย์ ทั้งอาหาร สมุนไพร ตลอดจนการใช้หลักพุทธศาสนา บูรณาการชีวิตและความตายให้เป็นความว่างเปล่า ก็คือการรักษาแบบองค์รวมวิธีหนึ่งที่ได้ผล

ด้านแพทย์หญิงยูกิ มัตสึโมโตะ ผู้อำนวยการมัตสึโมโตะยูกิคลินิก ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในฐานะที่เคยเป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาล ที่ใช้การรักษาแบบการแพทย์แผนตะวันตก และโดยส่วนตัวก็เป็นคนไม่ค่อยแข็งแรงรับประทานยามาหลายชนิด แต่ไม่ได้ผล แม้จะหันมาพักผ่อนนอนให้พอ ปรับการรับประทานอาหาร แต่เมื่อป่วยเป็นหวัดก็ยังหายยากอยู่ดี จึงหันมาศึกษาการแพทย์แผนตะวันออกอย่างจริงจัง โดยเริ่มจากสมุนไพรจีนขณะนั้นในประเทศญี่ปุ่นมีเพียงสารสกัดไม่กี่ตัว แต่ก็ซื้อมาทุกชนิดและรับประทานทุกอย่างแต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบอยู่ดีส่วนหนึ่งอาจจะเพราะไม่มีความรู้เพียงพอในการใช้สมุนไพร กระทั่งได้มีโอกาสเดินทางไปยังประเทศไต้หวันและขอให้จัดยาหม้อมาให้ เมื่อรับประทานแล้วรู้สึกว่าดีมาก และคิดว่านี่แหล่ะคือคำตอบที่แท้จริง และได้ค้นคว้าวิจัยอย่างจริงจัง และเชื่อว่ายาจีนสามารถรักษาและครอบคลุมได้ทุกโรค 

อย่างไรก็ตาม แพทย์หญิงยูกิ บอกว่า แม้ยาจีนจะสามารถรักษาโรคได้ครอบคลุม แต่ในชีวิตประจำวันร่างกายที่แข็งแรงก็เป็นส่วนหนึ่งที่คิดว่า การรักษาอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบทั้งหมดต้องสร้างสุขภาพควบคู่ไปด้วย จึงได้ศึกษาและฝึกโยคะ และวิจัยอาหารเสริมช่วยเรื่องการนอนหลับ เนื่องจากการพักผ่อนด้วยการนอนหลับอย่างเพียงพอจะสามารถฟื้นฟูร่างกายได้ 

ทั้งนี้ ภายหลังการสัมมนา ก็ได้มีการหารือเพื่อร่วมกันเป็นเครือข่ายระหว่าง โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และ JAFCAR ประเทศญี่ปุ่น ถึงการพัฒนานวัตกรรมด้านสมุนไพร ให้เป็นอาหารสุขภาพที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ เพื่อนำมาใช้ในการดูแลสุขภาพต่อไป

อ่านเพิ่มเติมที่ หนังสือพิมพ์แนวหน้า