ชื่อวิทยาศาสตร์: Hibiscus  rosa – sinensis  L.

ชื่อวงศ์: MALVACEAE

ชื่ออื่น: ชบาขาว ชุมบา บา ใหม่ ใหม่แดง หมอกใหม่ บูงอรายอ(Bunga raya) Shoe flower

ลักษณะทั่วไป: ไม้พุ่มขนาดกลาง ใบเดี่ยว เรียงเวียน ขอบใบจักคล้ายฟันเลื่อย ดอกเดี่ยว มีหลายสี ได้แก่ สีแดง ชมพู เหลือง หรือขาว มีทั้งกลีบดอกซ้อนและไม่ซ้อน

การขยายพันธุ์: เพาะเมล็ด ปักชำ
 
ชบา บุปผายาเย็น ถอนพิษร้อน

       โลกเรามีอุณหภูมิสูงขึ้นและมีรังสีที่มีผลกระทบต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ผ่านเข้ามายังพื้นโลกได้มากขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การใช้สมุนไพรที่มีสรรพคุณเย็นเป็นวิธีการหนึ่งที่จะช่วยลดความร้อนภายในร่างกาย และปรับธาตุของเราคืนสู่ความสมดุล สมุนไพรตัวหนึ่งที่มีคุณสมบัติเช่นนี้และหาง่ายก็คือ ชบา ซึ่งเป็นดอกไม้ที่คนไทยคุ้นเคยเป็นอย่างดี

       ชบาเป็นไม้ดอกที่ปลูกง่าย  ให้ความสวยงาม สบายใจ สบายตา เป็นยาเย็น ช่วยถอนพิษร้อน เป็นไม้ที่มีต้นกำเนิดมาจากจีน แต่คงมีคนนำเข้ามาในเมืองไทยมานานแล้ว เพราะมีใบชบาแดงเป็นตัวยาตัวหนึ่งในตำรับน้ำมันทิพโสพศ ครอบฝีทั้ง 16 จำพวก ในตำรายาพระโอสถพระนารายณ์ หนังสือไม้เทศเมืองไทยซึ่งเป็นผลงานการสำรวจสมุนไพรพื้นบ้านของหมอเสงี่ยม พงษ์บุญรอด ในระหว่างปี 2482-2490 เขียนถึงชบาไว้ว่า แพทย์ตามชนบทใช้รากสดๆ ตำให้ละเอียด พอกฝี แก้ฟกบวม ถอนพิษร้อน ต้มน้ำกินเป็นยาขับน้ำย่อยอาหาร ทำให้อาหารมีรส แสดงว่าคนไทยรู้จักใช้ประโยชน์จากดอกชบามานานแล้ว

ดอกชบาที่อาภัพ ดอกไม้บำรุงเลือด บำรุงหัวใจ

       ดอกชบามีฐานะที่น่าสงสารในสังคมไทย โดยเฉพาะดอกชบาแดงที่คนไทยถือว่าเป็นดอกไม้ที่ไม่เป็นมงคล เนื่องจากในสมัยต้นรัตนโกสินทร์จะใช้ดอกชบาประจานลงโทษผู้หญิงนอกใจสามีด้วยการให้ทัดดอกชบาแดงที่หูทั้งสองข้าง หรือเอาชบาแดงมาร้อยเป็นพวงมาลัยสวมคอและยังใช้เป็นเครื่องหมายของนักโทษประหาร ซึ่งความเชื่อดังกล่าวน่าจะได้รับอิทธิพลมาจากอินเดียที่ใช้ดอกชบาสวมคอนักโทษที่จะถูกประหารเพื่อบูชาเจ้าแม่กาลี(เจ้าแม่กาลีเป็นภาคหนึ่งของพระแม่อุมา พระมเหสีของพระศิวะ เป็นภาคที่โหดร้ายเพราะต้องสู้กับยักษ์ ดื่มเลือดเป็นอาหาร ดอกไม้ที่ใช้บูชาคือ ดอกชบา) แต่จริงๆ แล้วดอกชบายังใช้บูชาพระพิฆเนศด้วย

       ดอกชบากินได้ ยอดอ่อนก็กินแล้วลื่นๆ พ่อเม่า บุญมี ได้ฤกษ์ หมอยาปราจีนเคยพากิน แต่ห้ามเอาดอกชบาแดงไปไหว้พระเพราะไม่เป็นมงคล พ่อเม่าและหมอยาคนอื่นๆ มักจะบอกว่า สมุนไพรที่มีสีแดงช่วยบำรุงเลือด บำรุงหัวใจ ผู้หญิงต้องกินเป็นประจำ ดอกชบาสีแดงมีสารที่เรียกว่า แอนโทไซยานิน เช่นเดียวกับอัญชัน สารนี้มีคุณสมบัติช่วยการไหลเวียนของเลือด และมีรายงานการศึกษาฤทธิ์ แอนโทไซยานิน ในการปกป้องหัวใจ ทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจได้ดีขึ้น สอดคล้องกับที่หมอยาว่าไว้ นอกจากนี้ยังมีรายงานการศึกษาในสัตว์ทดลองว่า ดอกชบาช่วยลดความดันโลหิต ขับปัสสาวะ ช่วยคลายเครียด ในดอกชบายังมี วิตามินซี สารโพลีฟีนอลและโพลีแซคคาไรด์ ซึ่งช่วยให้แผลหายเร็ว มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มภูมิคุ้มกัน และชะลอความชรา

ชบา บำรุงผม ระบายร้อน

       คนพื้นเมืองในหลายประเทศนำชบามาใช้ประโยชน์ทางยาหลายอย่าง เช่น ใช้ชบาในการดับพิษร้อน ช่วยระบายความร้อน ถอนพิษไข้  รักษาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก ถอนยาพิษต่างๆ รักษาอาการปวดศีรษะขับปัสสาวะ รากต้มกินแก้ไอ รากและใบช่วยขับปัสสาวะ รักษาอาการตกขาว ประจำเดือนมาไม่ปกติ แก้ปวดเมื่อย ใบชบาช่วยแก้ปวดหัว ใบต้มน้ำกินช่วยลดไข้ ยาชงจากใบและดอกช่วยแก้ไอ

       ชบากับอัญชันมีสรรพคุณเกี่ยวกับผมคล้ายๆ กันคือ ใช้ปลูกคิ้วและกระตุ้นให้ผมงอก โดยเอาน้ำคั้นจากดอกกับน้ำมันมะกอกอย่างละเท่ากัน มาเคี่ยวจนกระทั่งน้ำระเหยหมดใช้นวดกระตุ้นการงอกของผม หรือใช้ดอกชบาเคี่ยวรวมกับมะขามป้อมและสมอไทยเป็นน้ำมันนวดผม หรือใช้ใบใช้ขยี้ใส่ผมเพื่อบำรุงผมก็ได้ ซึ่งก็มีรายงานการศึกษาที่พบว่า ดอกและใบชบากระตุ้นการงอกของผมได้จริง

       คุณสมบัติอื่นๆ ของชบาที่มีการค้นพบ ได้แก่ ฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย ต้านรังสี แก้ปวด คลายกล้ามเนื้อเรียบ ลดน้ำตาลในเลือด คลายเครียด ลดไขมัน เป็นที่น่าดีใจว่าแม่หมอพ่อหมอยาในสามจังหวัดภาคใต้ยังคงใช้ชบาเป็นยากันอยู่ และได้กรุณาส่งต่อความรู้เหล่านั้นจนมีตำรับยาจากชบาที่บอกวิธีใช้อย่างละเอียดมาลงในหนังสือเล่มนี้
 
ตำรับยา

ลดไข้ตัวร้อนในเด็กและผู้ใหญ่: นำใบชบามาขยำกับน้ำให้เข้ากันจนเมือกเหนียวจากใบออกมา แล้วนำผ้าขนหนูผืนเล็กมาแช่ในน้ำสมุนไพร จากนั้นนำมาวางหรือแปะไว้ที่หน้าผากคนไข้ พร้อมทั้งชโลมศีรษะให้เปียกชุ่มอยู่ตลอดเวลา

แก้พิษไข้  ถอนยาพิษต่างๆ รักษาอาการปวดศีรษะ ขับปัสสาวะ รักษาอาการตกขาวและประจำเดือนมาไม่ปกติ: นำรากต้นชบาขาวประมาณ 1 กำมือมาทุบพอแหลก แล้วนำมาต้มกับน้ำปริมาณ 1 ลิตร ให้เดือดประมาณ 20 นาที รอให้อุ่น แล้วนำมากรอง ดื่มครั้งละ ½ แก้วชา วันละ 2 เวลา หลังอาหาร

บำรุงเลือดผู้หญิง: นำรากมาต้มอาบบำรุงเลือดในผู้หญิง เอาดอกมากินเป็นผัก

ช่วยให้สตรีตั้งครรภ์ในช่วง 7 เดือนขึ้นไป คลอดง่ายขึ้น: นำใบอ่อนมาขยี้กับน้ำเล็กน้อยให้เข้ากัน แล้วนำมาทาบริเวณหน้าท้องบ่อยๆ ในช่วงอายุครรภ์ 7 เดือนขึ้นไป หรือนำใบอ่อน 1 กำมือ มาตำให้ละเอียด แล้วนำมาคั้นผสมน้ำต้มสุกให้ได้ประมาณ ½ แก้วชา นำมากรอง แล้วนำมาดื่มประมาณสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

แก้ปวดเมื่อย:  นำใบประมาณครึ่งขีด มานวดแล้วนำมาแช่น้ำตอนกลางคืน ตอนเช้านำมากรองเอาน้ำผสมกับน้ำตาลทรายดื่ม หรือนำดอกมากินต่อเนื่อง 10 วัน วันแรกกิน 1 ดอก วันที่ 2 กิน 2 ดอกให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถึง วันที่ 5 ก็กิน 5 ดอก หลังจากนั้นวันที่ 6 กินลดลงไปวันละดอกให้ครบอีก 5 วัน

รักษาฝี ริดสีดวง และลดอาการปวดบวมต่างๆ ของแผล: นำดอกชบาที่ยังตูมมาขยี้ทาบริเวณที่มีอาการ

รักษาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก: นำใบประมาณ 5-10 ใบ มาตำให้ละเอียดแล้วนำมาพอกแผลหรือบริเวณที่มีอาการ

แก้สิวฝ้า: ใช้ดอกขยี้ทาหน้า

แก้ผดผื่นคัน: ใช้ใบ ดอก ขยี้ทาที่แผล

เด็กฉี่รดที่นอน: นำดอกไปผิงไฟแล้วให้เด็กกิน

บำรุงผมให้แข็งแรง ดกดำเงางาม ป้องกันผมร่วง: นำใบชบาขนาดพอประมาณ มาขยำในน้ำให้เข้ากันจนน้ำเป็นสีเขียวหรือน้ำเมือกเหนียวจากใบออกมา นำมากรอง แล้วนำมาใส่ผม หมักทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดหรือสามารถนำใบมาขยำกับกากหรือหางกะทิให้เข้ากัน นำมากรอง แล้วนำมาใส่ผม หมักทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาทีเช่นกัน แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ควรทำบ่อยๆ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง

ช่วยให้คิ้วดกดำ: นำใบชบามาขยี้กับน้ำเล็กน้อยให้เข้ากันจนน้ำเมือกจากใบออกมา แล้วนำมาทาบริเวณที่ต้องการ ควรทำบ่อยๆ ประมาณสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง
 
ตำรับอาหาร
น้ำชบา
ส่วนประกอบ
ดอกชบาสีแดง 3-4 ดอก
น้ำสะอาด 1แก้ว 250 ซีซี น้ำผึ้ง 2 ช้อนชา   
วิธีทำ 
       ต้มน้ำจนเดือด ใส่ดอกชบาสดแล้วปิดไฟทันที ตั้งทิ้งไว้ให้น้ำชบาเย็น ใส่น้ำผึ้ง คนให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ
 
น่ารู้
  • ดอกชบาสามารถนำมาใส่ในแกงเลียง แกงจืด ชุบแป้งทอดกรอบ สมัยก่อนนิยมกินดอกชบาสีแดง เพราะเชื่อว่ากินแล้วผมจะดำ ผิวจะดี
  • ชบามีชื่อภาษาอังกฤษชื่อหนึ่งว่า Shoe Flower เพราะกลีบดอกชบาขยี้แล้วให้สีดำ ใช้ขัดรองเท้าให้มันวาวได้ในพริบตา (ให้มุกลองทำว่าสีอื่นใช้ได้ไหม)
  • กลีบดอกชบาขยี้แล้วให้สีดำใช้เขียนเปลือกตา เชื่อว่าบำรุงสายตา
  • ดอกชบามีชื่อในภาษามลายูว่า บูงอรายอ(Bunga raya) เป็นดอกไม้ประจำชาติของประเทศมาเลเซีย เป็นสัญลักษณ์แห่งความปลื้มปิติยินดีในการเฉลิมฉลองอิสรภาพของประเทศเมื่อได้รับเอกราชจากอังกฤษ สังเกตได้ว่าสถานที่เกือบทุกแห่งในมาเลเซียโดยเฉพาะสวนสาธารณะต่างๆ บริเวณสองข้างทาง ในหมู่บ้าน และเกือบทุกบ้านจะปลูกต้นชบาประดับไว้ และมีกฎที่ต้องถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดคือ ห้ามเผาทำลายต้นชบาอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ในธนบัตรและเงินเหรียญของมาเลเซียจะมีรูปดอกชบาประดับอยู่
  • ชบามีหลายพันธุ์ แต่หมอยาต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ชบาดอกขาวมีสรรพคุณดีที่สุด (น่าจะเป็นกรณีที่ไม่ได้ใช้ดอก) สมัยก่อนต้นชบาหาง่ายมากในพื้นที่สามจังหวัดภาคใต้ เพราะมีปลูกเกือบทุกบ้าน แต่ปัจจุบันค่อนข้างหายากแล้ว
  • บางพื้นที่ไม่นิยมปลูกต้นชบาไว้ที่บ้านที่มีลูกสาว เพราะเชื่อว่า ดอกชบาเป็นสัญลักษณ์ผู้หญิงที่ไม่ดี